1.ลูกจ้าง E (Employee)
คือการได้รับเงินเดือนจากการเป็นลูกจ้างไม่ว่าจะตำแหน่งไหนก็ตามที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการ รายได้มีขีดจำกัด มีความรู้เท่าไหนก็มีรายได้เท่านั้น ยิ่งมีความรู้มีประสบการณ์มากก็จะเพิ่มรายได้สูงขึ้นไปอีกตามประสบการณ์และความรู้ คนที่เป็นลูกจ้างก็จะทำงานเพื่อรับเงินเดือนเท่านั้น คือ ทำงานครบ 1 เดือน ก็ได้เงินเดือนตามที่ตำแหน่งความรู้ของเรา
2. กิจการส่วนตัวหรือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก S (Self – Employed )
คนทำงานลักษณะนี้คือการทำงานแบบคิดค่านายหน้าหรือคิดค่าตัวเองเป็นรายชั่วโมงกับลูกค้า การทำงานของคนกลุ่มนี้คือ การขายในแต่ละวันและความสามารถเฉพาะตัวออกไป อาจเป็นการซื้อของอะไรบางอย่างมาและนำมาขายต่อ เช่นการเปิดท้ายขายของ การเปิดร้านเสื้อผ้า เป็นต้น
เราสามารถหยุดร้านพักผ่อนตามอัธยาศัยของตัวเองได้ แต่หากวันใดวันหนึ่งเราหยุด เราก็จะไม่มีรายได้เข้ามา เพราะไม่ได้เปิดร้าน เวลาจึงเป้นข้อสำคัญที่สุดของการทำเงินแบบ S การทำเงินแบบนี้มีข้อจำกัดอยู่ว่า หมอมีลูกชาย ลูกชายคนนี้อาจจะไม่ได้เรียนหมอมา หรือเรียนมาอาจจะไม่เก่งเท่ารุ่นพ่อได้ ดังนั้นไม่แน่เหมือนกันว่าทายาทของเราจะทำได้เหมือนที่เราทำได้
3. เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่หรือเจ้าของบริษัท B (Business Owner)
ถ้ารายได้ของเรามาจากธุรกิจ โดยที่เราไม่ต้องไปทำงานนั้นเอง เราก็จัดอยู่ในกลุ่ม B และรายได้นี้ก็จะมีเข้ามาตลอดไม่ว่าเขาจะทำธุรกิจนี้หรือไม่อยู่แล้ว คนที่อยู่ในด้านนี้ สามารถปล่อยวางธุรกิจของตนได้เป็นปีๆ เมื่อกลับมาธุรกิจนั้นก็ยังอยู่และอาจจะทำกำไรได้มากขึ้นอีกด้วย” เช่น ร้านแมคโดนัล ร้านเอ็มเค เคเอฟซี เราจะเห็นว่ามีเงินเข้ามาตลอดๆแม้ว่าเราไม่ทำอะไรเลย เพราะคนส่วนใหญ่ก็เข้าร้านพวกนี้อยู่เรื่อยๆเป็นประจำ จึงได้รายได้อยู่สม่ำเสมอ
4. นักลงทุน I (Investor)
ถ้ารายได้ของเรามาจากการลงทุน เราก็อยู่ในกลุ่ม I คนกลุ่มนี้คือ คนที่มีรายได้จากการใช้เงินทำงานแทน เช่นการได้รับดอกเบี้ยหรือการปันผลจากหุ้น รายได้จากค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่เราเป็นเจ้าของ (ลิขสิทธิ์ทางปัญญา ฯลฯ) โดยที่เราไม่จำเป็นต้องทำงาน เพราะเงินหรือทรัพย์สินของเขาทำงานแทนและทำเงินให้กับเจ้าของตลอดเวลา การทำเงินแบบคนด้าน I คือ มองหาการลงทุนที่สามารถใช้เงินของเรา ออกไปทำงาน สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่ากลับมาให้เรา โดยที่เราไม่ต้องออกไปทำงาน ข้อจำกัดของการทำเงินแบบ I คือ “ความรู้ทางด้านการเงิน” ผู้ที่เริ่มต้นอาจจะต้องผิดพลาด ล้มเหลวบ้างแต่ทั้งหมดจะกลายเป็นประสบการณ์ ผู้ที่มีความรู้ในเรื่องการเงินมากเท่าไร จะเป็นผู้ที่ทำเงินได้มากที่สุด และมีความเสี่ยงน้อยที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น